เป็นความหวังคนจน แห่ส่องเลขเด็ด เรือตะเคียนโบราณอายุกว่า 200 ปี

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTE3Ny81ODg2OTcwL25ld3MxMC5qcGc=จากกรณีที่ชาวบ้านท่ายางชุม ต.คำพระ อ.หัวตะพาน ได้พากันนำเรือตะเคียนโบราณอายุกว่า 200 ปี ขึ้นจากลำเซบาย ที่อยู่ติดกับสำนักสงฆ์ท่าน้ำวังเหวิน หรือ วังปลาสำนักสงฆ์ท่าวังหิน เนื่องจาก หลวงปู่สมบัติ ปัณฑิโต เจ้าสำนักสงฆ์ ได้นิมิตฝันว่า มีย่าบัวคำที่อยู่ประจำเรือไม้ตะเคียนทอง ระบุว่า อยากขึ้นจากน้ำจำนวน 3 ลำ และขอให้ช่วยนำขึ้นมาจากน้ำ พอรุ่งเช้าจึงได้บอกชาวบ้านพากันไปดูก็พบว่ามีเรือตะเคียนโบราณอยู่จริง จึงได้พากันนำขึ้นมา

ล่าสุดในวันนี้ (31 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีชาวบ้านทราบข่าวเกี่ยวเรื่องเรือตะเคียนโบราณ อายุกว่า 200 ปี ว่าได้มีการนำขึ้นจากลำเซบายแล้ว ก็ต่างพากันมาแห่ดูกันเป็นจำนวนมาก วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 200-300 คน โดยเฉพาะเหล่าบรรดาเซียนคอหวยงานนี้ก็ไม่พาต่างกันมาไม่ขาดสายตั้งแต่เช้า พากันนำดอกไม้ธูป เทียนมากราบไหว้ ลูบคลำที่ตัวเรือ เพื่อหวังโชคหวังลาภ หวังเลขเด็ด เนื่องจากใกล้จะถึงวันหวยออกและตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แล้วในวันพรุ่งนี้

จากการสอบถามชาวบ้าน ต่างพากันคาดกันว่าเรือนตะเคียนโบราณดังกล่าวเป็นเรือสินค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากตัวเรือมีขนาดกว้าง 3-4 เมตร ความยาว 27-29 เมตร และมีทั้งหมดจำนวน 3 ลำ ซึ่งตอนนี้นำขึ้นมาได้เพียงลำเดียว ยังเหลืออีก 2 ลำ ที่ชาวบ้านกำลังจะเอาขึ้นมากอีก

ซึ่งเหล่าบรรดาคอหวยก็ต่างพากันได้เลขเด็ดต่างกันๆ ไป โดยส่วนมากลงความเห็นคล้ายกันเกี่ยวกับตัวเลข 27 29 72 92 เนื่องจากตีความจากเลขความยาวของเรือตะเคียนโบราณ ซึ่งเชื่อว่าจะนำโชคนำลาภมาให้

จุดจบสายพริตตี้? กีฬางดใช้งานนางแบบ ตามเทรนด์สิทธิสตรี

dlf05290361p1-728x494

เหล่าแฟนที่คุ้นเคยกับกีฬากลุ่มที่ต้องออกลีลากันมากหน่อยน่าจะชินกับภาพหญิงสาว ที่ทำหน้าที่ยืนโปรยสายตาแถมรอยยิ้มประจำจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ตราบใดที่เกมยังมี “พริตตี้” สาว สมองของผู้ชมแทบจะสัมผัสกับความรื่นรมย์เหมือนได้สัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม

ไม่ว่าพวกเธอจะมีหน้าที่นอกเหนือจากนี้อย่างไรบ้าง แต่อย่างน้อยที่สุดก็สามารถทำให้ผู้ชมจำนวนหนึ่งเหลียวตามาจ้องของ “สวยงาม” กันพักใหญ่ก่อนที่จะหันมาสนใจองค์ประกอบหลักในการแข่ง พวกเธอถูกเรียกในหลายชื่อตามแต่ละบริบทและการใช้ภาษาของแต่ละพื้นที่

สำหรับไทยน่าจะคุ้นเคยกับนิยาม “พริตตี้” เป็นส่วนใหญ่ กีฬาจำนวนมาก (โดยเฉพาะสายประชันความเร็ว) holiday palace เลือกใช้บริการของพวกเธอเพื่อสร้างบรรยากาศและเป็นจุดดึงดูดที่ดีกลายเป็น “ธรรมเนียม” ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา จนกระทั่งกระแสของโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไป กีฬาหลายชนิดเริ่มทยอยยกเลิกการใช้งานนางแบบสาวในเกม

นางแบบสาวตรง กริดสตาร์ตในเอฟวัน หรือที่เรียกกันว่า “กริดเกิร์ล” เป็นบุคลากรที่ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมตแบรนด์ หรือตอบสนองต่อภาพลักษณ์บางอย่างมานานหลายทศวรรษจนแทบกลายเป็นธรรมเนียม ปฏิบัติสำหรับกีฬารถแข่งหรือการประชันความเร็วต่าง ๆ จนเมื่อปลายมกราคมที่ผ่านมา เอฟวัน ออกแถลงการณ์ระบุ ยกเลิกใช้นางแบบสาว “กริดเกิร์ล” โดยหันมาใช้ “กริดคิดส์” หรือใช้เยาวชนมาประจำกริดสตาร์ตแทนตั้งแต่ฤดูกาล 2018 เป็นต้นไป

หลังจากใช้นางแบบสาวมาเป็นส่วนหนึ่งของเกมนานหลายทศวรรษ จนผู้บริหารเอฟวันยุคปัจจุบันมองว่า นางแบบสาวไม่สอดคล้องกับมาตรฐานทางสังคมยุคใหม่ ฤดูกาลนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างจากธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมที่ทุกคนคุ้นชิน เมื่อประเด็นความเท่าเทียมทางเพศถูกหยิบยกมาพูดถึงกว้างขวางมากขึ้น และการใช้

ผู้หญิงสวยเป็นเครื่องมือดึงดูดสายตาถูกวิจารณ์ว่าเป็นการ หาประโยชน์จากเพศหญิงด้วยการเปลี่ยนให้พวกเธอเป็นวัตถุทางเพศ และสอดแทรกข้อความหรือสัญลักษณ์สื่อสารการตลาดเข้าไปเพื่อนำเสนอไปพร้อมกับ ความสวยงามจากรูปลักษณ์ของนางแบบ

นอกจากความเปลี่ยนแปลงในสนามที่จะ เห็นเยาวชนเข้ามาแทนที่นางแบบสาวสวยแล้ว สิ่งที่เกิดอีกทางคือ นางแบบสาวเหล่านี้ที่เคยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำและสร้างเนื้อสร้างตัวต้องมี รายได้ลดลง รายงานข่าวจากซีเอ็นเอ็น สัมภาษณ์ “กริดเกิร์ล” จากสหราชอาณาจักรรายหนึ่งซึ่งเล่าว่า งานโปรโมตได้ค่าตอบแทนสูงมาก บางงานได้ค่าตอบแทนเกือบ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 6,600 บาท)

อีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับความนิยมในยุโรปอย่างปาเป้าระดับอาชีพ ก็ประกาศยกเลิกใช้นางแบบที่เดินคู่กับนักกีฬาเข้ามาในสนามแข่งก่อนหน้าที่ เอฟวันจะประกาศแล้ว หรือแม้แต่งานมอเตอร์โชว์ในเจนีวา ก็เริ่มมีหลายค่ายรถยนต์เปลี่ยนจาก “พริตตี้สาว” ประจำบูทไปเป็นนายแบบ-นางแบบที่สวมเครื่องแบบที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ ผลิตภัณฑ์ที่ประชาสัมพันธ์แทน

อิทธิพลหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อวงการ กีฬาจนนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ ปรากฏการณ์ #MeToo การติดแฮชแท็กในข้อความโลกสื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นให้ผู้หญิงตระหนักถึง ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแฉพฤติกรรมคนในวงการฮอลลีวูด

คดีพลิก! แฉ “เทพพิทักษ์” หน้าปูด เพราะเมากร่าง อ้างมีปืน ท้าชกทั่ว ไม่มีใครรุม

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTE3MS81ODU3NDc4LzEuanBn

จากกรณี นายเทพพิทักษ์ แอสละ คนดังในโลกโซเชียล โพสต์ภาพ ที่ตัวเองถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเบาะแสว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ย่านดอนเมือง

ซึ่งภาพที่มีการเผยแพร่ในโลกโซเชียลนั้น จะพบว่า บริเวณใบหน้ามีรอยฟกช้ำ เขียว และบวมปูด ทั้งยังระบุว่า จะย้อนกลับไปในสถานที่เกิดเหตุ เพื่อหาตัวคนร้าย เพื่อจะเอาคืน

ล่าสุด วันนี้ (28 มี.ค) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ กล่าวว่า กรณีที่ถูกกระทืบต้องไปแจ้งตำรวจ ไม่ใช่ไปกระทืบเขาคืน เพราะคู่กรณีอาจจะมาแจ้งดำเนินคดีกับเราได้ฐานทำร้ายร่างกายกลับได้ ซึ่งอาจจะโดนข้อหาเสียเอง ถ้าไปทำหน้าเขาเสียโฉม หรือทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสโทษก็หนักขึ้นไปอีก ถือว่า “เป็นการกระทำที่ไม่ฉลาด” ในการไปกระทำผิดกฎหมายแล้วมาโพสต์ ทำให้ตำรวจทราบข้อมูลว่าไปทำเขาจริงๆ

โดย หญิงสาวรายหนึ่ง ที่นายเทพพิทักษ์เข้ามาขอความช่วยเหลือ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลา 01.00 น. ตนเห็นรถกระบะสีดำคันหนึ่งขับส่ายไปมา จนมีรถเก๋งที่ขับตามมาปาดหน้า พร้อมเคาะกระจกให้ลงจากรถ เพราะคิดว่าคนขับน่าจะมีอาการเมา โดยเมื่อลงมาก็พบว่า ชายรายดังกล่าวมีบาดแผลและเลือดเต็มหน้า ตนจึงหาเก้าอี้ให้นั่ง

โดยชายรายนี้มีกลิ่นเหล้า และได้พูดในลักษณะว่า ถูกทำร้ายมาจากบริเวณวัดดอนเมือง พร้อมทั้งบอกว่าตัวเองเป็นเน็ตไอดอล ทำให้ตนนึกออกว่าชายรายดังกล่าว คือ “เทพพิทักษ์” คนดังในโลกโซเชียล ซึ่งตนเองไม่ทราบรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาเข้ามาให้การช่วยเหลือต่อไป

ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณวัดดอนเมือง กรุงเทพฯ ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นจุดเกิดเหตุ ที่นายเทพพิทักษ์ถูกรุมทำร้าย โดยนายไพฑูรย์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า นายเทพพิทักษ์มีอาการเมา และได้เข้ามาท้าทายชายอีกราย อ้างว่าตัวเองมีปืน อีกทั้งยังพูดจาไม่ดี

http://passionplayboston.com/

โดยมีคนเห็นเหตุการณ์หลายคนพยายามห้ามปราม แต่เจ้าตัวก็ไม่ฟัง ทำให้มีการชกต่อยกันเกิดขึ้น ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า เป็นการชกต่อยกันตัวต่อตัว ไม่มีการรุมทำร้ายแต่อย่างใด

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTE3MS81ODU3NDc4L3VubmFtZWRxcXNjcmVlbnNob3QyMDE4MDMyOS5qcGc=

กระทรวงเกษตรฯ ยัน ไทยปลอด ‘ไข้หวัดนก’ 100%

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระแสข่าวที่มีผู้กล่าวอ้างว่า พบสัตว์ในสวนสัตว์นครราชสีมา ป่วยตายจากโรค ไข้หวัดนก เมื่อปี 2560 นั้น ได้รับรายงานจากกรมปศุสัตว์ หลังจากทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนไปที่ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ ซึ่งยืนยันตรงกันว่า ไม่เคยมีสัตว์ที่เจ็บป่วยล้มตายด้วยโรคไข้หวัดนกและในสัตว์ที่ตายตามอายุขัย ก็ไม่เคยพบเชื้อดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวต่างๆ และขอให้มั่นใจว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์มีมาตรการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์สนธิกำลังกับอาสาปศุสัตว์ทุกจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามและป้องกันโรคในระดับหมู่บ้านพร้อมรณรงค์พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในจุดที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นประจำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้ว่าไทยจะไม่เคยตรวจพบโรคนี้มากว่า 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 แต่กรมฯก็ยังคงมาตรการต่างๆ ไว้อย่างเข้มแข็งต่อไป ในส่วนการบริโภคสินค้าจากสัตว์ปีกนั้น ขอให้เชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัยสามารถบริโภคได้

ด้าน น.ส.วนิดา แผลงปัญญา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ สวนสัตว์นครราชสีมา ยืนยัน 100% ว่าสวนสัตว์โคราช ไม่เคยมีโรคไข้หวัดนก ขอให้ประชาชนอย่าแชร์ข่าวลวงนี้ออกไปเพราะผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นมีสัตว์ป่วยตายผิดปกติ สามารถแจ้งอาสาปศุสัตว์ ปศุสัตว์อำเภอและปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ของท่าน หรือแจ้งสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร 0632256888 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที

ขอบคุณที่มา : news.mthai

กฎหมายจราจรใหม่ ปฎิเสธใบสั่งแล้วต่อสู้คดีได้ ชงตัดแต้มแบบต่างประเทศ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอแก้กฎหมายการใช้รถใช้ถนนให้คณะกรรมการพิจารณา โดยหากมีผู้กระทำความผิดให้มีการตัดคะแนนความประพฤติแบบต่างประเทศ เมื่อคะแนนถูกหักจนหมดก็จะถูกยึดใบขับขี่ แต่หากกระทำผิดซ้ำอีกอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งคณะกรรมการเห็นชอบกับกฎหมายดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 เปิดเผยว่า สำหรับหลักเกณฑ์ที่วางไว้แล้ว 80% คือ ผู้มีใบอนุญาตขับขี่จะมีคะแนนทั้งหมด 12 คะแนน การตัดคะแนนจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.การกระทำผิดต่อตนเองแต่ไม่กระทบต่อสาธารณะ เช่น การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกกันน็อก จะโดนตัด 1 คะแนน 2.ความผิดปานกลาง คือทำให้สาธารณะได้รับผลกระทบ เช่น การฝ่าไฟแดง การขับรถย้อนศร จะตัด 2 คะแนน และ 3.ความผิดรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อสังคม เช่น เมาแล้วขับ เสพยาเสพติดแล้วขับรถ หรือ การชนแล้วหนี จะถูกตัดคะแนนเพิ่มขึ้น

ขณะที่ สำหรับผู้ที่ได้รับใบสั่งรุ่นใหม่สามารถปฏิเสธใบสั่งแล้วต่อสู้คดีได้ แต่ถ้าได้รับใบสั่งแล้วไม่ชำระค่าปรับจะถูกปรับเป็น 2 เท่า ทั้งนี้กฎหมายใหม่จะไม่มีการยึดใบอนุญาตขับขี่ แต่ความผิดจะถูกบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์แทน

ขอบคุณที่มา : news.mthai

‘รังสิมันต์ โรม’ คอตก ศาลรับฟ้องคดีขัดคำสั่ง คสช. ส่งตัวคุมขังทันที

ที่ ศาล มทบ.23 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้ควบคุมตัวตัว นายรังสิมันต์ โรม ผู้ต้องหาในคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากการจัดกิจกรรม “พูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน” ที่ อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อ 31 ก.ค.2559 มารายงานตัวตามคำสั่งศาล

ขณะเดียวกัน ศาล มทบ.23 ยังได้เบิกตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น มาเพื่อตรวจพยานเอกสารจำเลยในคดีเดียวกันด้วย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกำลังสารวัตรทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก โดยรอบเขตอำนาจศาล

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ได้ร่วมกับ ไผ่ ดาวดิน ซึ่งเรื่องของตนจะแตกต่างจากคนอื่น เพราะตนเพิ่งทราบว่า ถูกดำเนินคดีและตนก็ไม่ทราบเลย เพราะว่าไม่เคยได้รับหมายเรียก มาทราบตอนที่ถูกอายัดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว วันนี้มาพบพนักงานอัยการของศารทหาร

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอัยการว่าจะดำเนินการยังไงต่อไป อาจจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ต้องแล้วแต่ดุลยพินิจของอัยการ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมในวันดังกล่าวก็มีเพื่อนๆหลายคนถูกแจ้งข้อหาและมีการสั่งฟ้องไปแล้ว

ทั้งนี้หากอัยการสั่งฟ้อง และศาลรับฟ้องโดยกระบวนการทางศาลก็ต้องฝากขัง เมื่อฝากขังก็จะต้องยื่นประกันตัวและก็จะไปปล่อยตัวที่เรือนจำ ซึ่งทั้งหมดก็อยู่ที่ศาลจะมีดุลยพินิจเช่นไร ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ต่อศาล

ซึ่งองค์คณะตุลาการทหารมีคำสั่งรับฟ้อง ทำให้สารวัตรทหารและจ่าศาลทำการควบคุมตัวนายรังสิมันต์ โรม ไปไว้ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาชั้น 1 ศาล มทบ.23 ทันที เพื่อประสานเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์มารับตัวไปทำการควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ขณะที่ทีมทนายความเตรียมยื่นขอประกันตัวแล้ว

ขอบคุณที่มา : news.mthai

ศ.ระพี สาคริก บิดากล้วยไม้ไทย เสียชีวิตในวัย 95 ปี

(17 ก.พ.) ศ.ระพี สาคริกบุคคลสำคัญในแวดวงทางการเกษตรของไทย ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาหลังจากมีอาการป่วยเรื้อรัง โดยจะมีการตั้งพิธีอภิธรรมศพที่วัดพระศรีมหาธาตุ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Paskorn Jamlongrach ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวสั้น ๆ หลังจากได้รับทราบจากครอบครัวของ ศ.ระพี สาคริก หรือ ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถึงแก่กรรมแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ทั้งนี้เมื่อช่วงกลางปี 2560 ศ.ระพี สาคริก ชเพิ่งได้รับคำสั่งจากศาลให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ และมีการออกราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากท่านมีอาการป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคพาร์กินสัน และยังมีภาวะสมองเสื่อม

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก หรือ ศ.ระพี สาคริก เป็นนักวิชาการทางการเกษตรผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศไทยสู่สากลเคยเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเป็นอดีตนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ทัวร์จีนเหยียบปะการัง จับหอยเม่น-ปลานีโม่ บนเกาะหลีเป๊ะ

ที่ บริเวณหน้าหาดซันไรซ์ เกาะหลีเป๊ะ หมู่ที่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล อาสาสมัครอุทยานฯตะรุเตาได้บันทึกภาพการกระทำผิดของกลุ่มทัวร์นักท่องเที่ยวจีน ที่มีพฤติกรรมปฏิบัติตัวฝืนกฎข้อห้าม การหยิบเม่นทะเล การใช้มือแหย่ดอกไม้ทะเล การพายเรือคายัคแนวปะการังในช่วงที่มีน้ำลด การดำน้ำตื้นขณะน้ำลดจนมีการเหยียบย่ำปะการังจนแตกหัก การหยิบจับปะการัง หรือแม้กระทั่งปลาดาวกลับไปไว้ที่หัวนอนขณะมาพักผ่อนบนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบบ่อยครั้ง แม้จะมีการติดแผ่นป้ายเตือน และบางรายถูกจับปรับเพื่อเป็นการลงโทษ แต่กลับพบว่าทัวร์นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ กลับไม่ใส่ใจและพยายามถกเถียงจนสร้างความเสียหายให้ทรัพยากรของท้องทะเลบนเกาะหลีเป๊ะเป็นอย่างมาก

นายนันทพล เด็นเบ็น รองประธานกลุ่มรีฟกาเดี้ยน จ.สตูล ยอมรับว่า ทัวร์ท่องเที่ยวจีนที่แห่ลงท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะจำนวนมากในช่วง 2-3 ปีนี้ สร้างงาน และ รายได้ให้พื้นที่ แต่ก็สร้างความเสียหายให้ทรัพยากรทางธรรมชาติของทะเลสตูลไม่น้อย โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไร้กฎ กติกาในการเยือนและท่องเที่ยว มักกระทำในสิ่งต้องห้าม ซึ่งเห็นว่ามาจากผลการไม่เลือกใช้มัคคุเทศก์ทางทะเล ในการแนะนำตลอดการท่องเที่ยวทางทะเล และใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการประหยัดค่าใช้จ่ายจนทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากร ซึ่งเทียบมูลค่ากับการเดินทางเข้ามาได้

ปัญหาทัวร์นักท่องเที่ยวจีนดำแล้วจมน้ำเสียชีวิตก็มีให้เห็นบ่อย เพราะขาดความรู้การเตรียมตัวเองก่อนลงน้ำ การดำน้ำว่ายน้ำในจุดต้องห้าม รวมทั้งการปฏิบัติที่ไม่เป็นภัยต่อทรัพยากรท้องทะเล อย่างปลานีโม่ การเหยียบย่ำปะการัง โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การให้อาหารปลา ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความรู้ และคำชี้แนะตลอดทริปการท่องเที่ยวที่มัคคุเทศก์จะช่วยได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัด อย่างการท่องเที่ยวและกีฬาในการหากมาตรการ ควบคุมบังคับ รวมทั้ง ตำรวจการท่องเที่ยวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันดูแล ไม่ใช่ปล่อยให้นักอนุรักษ์แค่คอยตักเตือนหากพบกระทำอย่างเดียว

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

สลด! หนุ่มจบใหม่ซิ่งบิ๊กไบค์ชนกระบะดับคาที่ พบการ์ด-ช่อดอกไม้กระจายเกลื่อน

ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (15 ก.พ. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยกลางพิทักษ์ชีพ เข้าทำการตรวจสอบสภาพศพของเยาวชนชาย อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา

หลังเกิดอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ หมายเลขทะเบียน 1 ก 5259 พะเยา ชนเข้ากับรถยนต์กระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน 1ฒธ 1972 กรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าศูนย์ดับเพลิงตำบลบ้านต๋อม ใกล้สะพานขุนเดช ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา

โดยจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าผู้ตาย ยังมีการสวมใส่ชุดนักเรียน นอนเสียชีวิตอย่างสลดหดหู่กับผู้พบเห็น โดยบริเวณโดยรอบได้มีป้ายการ์ดอวยพรของเพื่อนๆ และน้องๆ ที่แสดงความยินดีในการจบการศึกษา รวมทั้งช่อดอกไม้ที่ตกเกลื่อนกระจายทั่วบริเวณ

โดยกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นสามารถบันทึกได้และเห็นภาพเพียงรถกระบะเกิดการเสียหลักขณะที่ชนกันเท่านั้น ซึ่งจากการสอบถามเพื่อนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิต ได้เดินทางไปร่วมฉลองกับเพื่อนๆ หลังจากที่จบการศึกษาชั้น ม.6 จากนั้นได้เดินทางกลับบ้านและมาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวจนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการสอบสวนรวมทั้งหาภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการทางคดีต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ชัดแล้ว! เสือดำ ถูกยิงตายเป็นตัวผู้ ที่เคยบันทึกภาพได้

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวระหว่างนำเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ และพบที่จุดตั้งกล้อง ซึ่งเป็นจุดที่พบเสือดำบ่อย ห่างจากจุดชำแหละ 100 เมตร โดยตั้งไว้ 2 ฝั่งถนน เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

ซึ่งภาพแสดงให้เห็นเสือดำที่เดินผ่านลงไปในลำห้วย และสังเกตเห็นลูกอัณฑะทำให้ทราบว่า เป็นเสือดำเพศผู้ สันนิษฐานว่า เป็นตัวเดียวกันกับที่โดนฆ่า เพราะโดยทั่วไปแล้ว เสือดำตัวผู้ 1 ตัว จะอาศัยอยู่ในรัศมี 40 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจากรอยกระสุนคาดว่า มีการซุ่มยิงจากถนนมุมกด 30 องศา อาจยิงจากบนรถ เพราะจากการตรวจสอบในบริเวณโดยรอบไม่พบการทำห้างยิงสัตว์ แต่อย่างใด

จากการตรวจสอบตามแนววิถีกระสุนในรัศมี 40 เมตร ยังพบรอยกระสุนที่ต้นไม้ 2 จุด ที่โขดหิน 1 จุด นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอีกประกอบด้วยกระจุกขนเสือดำ 1 กอง และมูลเสือ 3 กอง อยู่ในป่าใกล้บริเวณลำห้วย ที่คาดว่าจะเป็นจุดชำแหละ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พบรอยกองเลือดและลำไส้หนัก 17 กก.

ที่คาดว่าเป็นจุดที่หลังจากเสือดำโดนยิงแล้วธาตุไฟแตก ก่อนจะกระเสือกกระสนไปจนเสียชีวิต จากนั้นได้ไปที่จุดกางเต็นท์ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 400 เมตร โดยให้ เจ้าหน้าที่ 3 นายลงไปงมหาหลักฐานเพิ่มเติมในลำห้วยประชิ ข้างจุดกางเต็นท์ พบชิ้นส่วนลำไส้จำนวนหนึ่งพร้อมกระดูกขาขวาหลัง 2ท่อน โดยจมอยู่ในแอ่งน้ำ 1 ท่อน และอยู่ ริมตลิ่ง อีก 1 ท่อน

นายชัยวัฒน์ เผย ทั้งนี้ชิ้นส่วนที่เจอในลำห้วยประชิ คาดว่า กลุ่มผู้กระทำผิดมีการแล่ชิ้นเนื้อเพื่อไปปรุงอาหารเหลือแต่กระดูก จึงโยนทิ้งในลำห้วย เพื่อปกปิดหลักฐาน

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com